Thagoon

/Thagoon

About Thagoon

This author has not yet filled in any details.
So far Thagoon has created 22 blog entries.

คีโตเจนิค กินไขมันเพื่อลดน้ำหนัก ดีจริงหรือ?

คีโตเจนิค กินไขมันเพื่อลดน้ำหนัก ดีจริงหรือ? ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรนด์สุขภาพในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อาหารคลีน เป็นตัวเลือกเเรกๆ สำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก แต่ว่านอกจากอาหารคลีนแล้วนั้น ยังมีอีก 1เทรนด์ ที่ฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ คีโตเจนิค นั่นเอง สำหรับหลายคนที่อาจจะสงสัยว่า คีโตเจนิค คืออะไร คีโตเจนิคนั้น คือการกินอาหารประเภทไขมันสูง และมีโปรตีนที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ โดยงดการทาน ข้าว แป้ง น้ำตาล หรืออาหารประเภทที่เป็นคาร์โบไฮเดรตต่างๆ เมื่อไม่มีน้ำตาลเข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะเกิดกระบวนการที่รู้สึกว่า เราไม่ได้อาหาร ทำให้มีการใช้ไขมันในร่างกาย เพื่อมาเผาผลาญเป็นพลังงาน และจะทำให้ร่างกายหลั่งสารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า คีโตนออกมา  ซึ่งสารตัวนี้ เป็นที่มาของชื่อ คีโตเจนิค นั่นเอง ต้องกินอย่างไร หากคุณอยากเริ่มต้นการกินแบบคีโตเจนิก สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำมากๆ นั่นหมายความว่าเราสามารถเน้นรับประทานอาหารเหล่านี้แทนที่ข้าวแกงร้านป้า หรือข้าวกะเพราไก่สุดอร่อย ไขมันและน้ำมัน ข่าวดีของคนชอบกินมัน เพราะการกินคีโตอนุโลมให้กินจนปากมันแผล็บเป็นหลัก แต่ต้องเป็นไขมันที่มาจากธรรมชาติ ทั้งพืชและสัตว์ โดยพยายามกินไขมันต่างชนิดควบคู่กันไป เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ จากพืช อาหารจำพวกถั่วโดยพยายามเน้นไขมันดี เป็นต้น และรับประทานอาหารทอดได้หากไม่ได้ชุบแป้งทอด และคุณรู้ว่าสิ่งนั้นทอดด้วยน้ำมันที่ดีต่อร่างกาย [...]

มะกรูด พืชกลิ่นหอม บำรุงสุขภาพและความงาม

มะกรูด พืชกลิ่นหอม บำรุงสุขภาพและความงาม มะกรูด เป็นสมุนไพรที่นิยมปลูกอยู่ภายในบ้านและ ใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ  ไม่ว่าจะนำมาใช้ในการทำอาหาร เนื่องจาก ใบ และผล มีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นหอมช่วยในการดับกลิ่นคาว และเพิ่มรสให้แก่อาหารได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีองค์ประกอบของสารสำคัญหลายชนิดที่มีคุณสมบัติทางยา และคุณสมบัติทางด้านความสวยความงาม ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงาม หรือแม้แต่นำมาปลูกเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้มะกรูดยังมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรมองข้าม เรามาทำความรู้จักกับเจ้าพืชสมุนไพรผิวขุรขระชนิดนี้กันให้ดีขึ้นกว่าเดิมดีกว่า ประโยชน์ของมะกรูด 1. ผ่อนคลายความเครียด มะกรูดมีกลิ่นหอมซึ่งจะช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ดี โดยเฉพาะน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูด แต่ควรเลือกที่มีความเข้มข้นไม่เกิน 1% เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ หรือจะสูดดมจากผิวมะกรูดเลยก็ได้เหมือนกัน สำหรับใครที่มักจะมีเรื่องให้ต้องกังวลหรือเคร่งเครียดบ่อยๆ ลองสูดดมกลิ่นหอมของมะกรูดดูแล้วจะพบว่ามันช่วยได้มากจริงๆ 2. แก้อาการช้ำใน ไม่ได้มีแต่ใบบัวบกเท่านั้นที่สามารถแก้อาการช้ำในได้ มะกรูดก็สามารถรักษาอาการช้ำในและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือด มะกรูดจะสามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นภายในเวลาสั้นๆ 3. ลดอาการจุกเสียด นำมะกรูดมาฝานเป็นชิ้นเล็กๆเติมการบูรลงไป นำไปชงในน้ำเดือด แล้วนำมาดื่มอาการจุกเสียดก็จะหายไป 4. กำจัดกลิ่นเท้า เมื่อต้องทำงานโดยใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังที่มีความอับตลอดวัน มักจะทำให้เท้ามีกลิ่นเหม็นจนน่าปวดหัวได้ แต่ก็แก้ปัญหานี้ได้ไม่ยาก เพียงแค่นำมะกรูดมาฝานเป็นซีกๆ จากนั้นนำมาขัดถูให้ทั่วบริเวณเท้าและซอกเท้า เน้นบริเวณที่กลิ่นแรงมากเป็นพิเศษ สังเกตได้ว่ากลิ่นเหม็นจะค่อยๆ จางลงและหายไปในที่สุด แถมยังทำให้เท้ามีความขาวสะอาดมากขึ้นอีกด้วย 5. ป้องกันไมเกรน น้ำมันหอมระเหยที่มีในมะกรูด สามารถสร้างความผ่อนคลายได้ดี  ป้องกันอาการปวดหัว ลดความเครียดที่เป็นตัวการสำคัญของการเกิดโรคไมเกรนได้ดี 6. ลดคอเรสเตอรอล มะกรูดสามารถยับยั้งเอนไซม์HMG-CoA ซึ่งเป็นเอนไซม์คอเลสเตอรอลลดการสร้าง LDLที่เป็นไขมันไม่ดี 7. บำรุงหัวใจ  การทานมะกรูดเป็นประจำทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี [...]

น้ำตาล สารเสพติดอันตราย ที่ไม่ผิดกฎหมาย

น้ำตาล สารเสพติดอันตราย ที่ไม่ผิดกฎหมาย จั่วหัวมาแบบนี้ หลายคนคงงงกันเป็นแน่แท้ ว่าทำไม น้ำตาล ที่เป็นเครื่องปรุงรสที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ถึงเป็นสารเสพติด เหตุที่กล่าวเช่นนี้นั้น เนื่องจากมีงานวิจัยหลายตัวยืนยันมากขึ้นว่าทำให้อ้วนได้ง่าย และนำไปสู่สารพัดโรคอีกทั้งยังโยงใยกับการเติบโตของเซลล์มะเร็งอีกด้วย โดยบางงานวิจัยนั้นระบุว่าน้ำตาลสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกริยาในสมองส่วน "ให้รางวัล" (reward center) เช่นเดียวกับโคเคน หรือเฮโรอีน และแอลกอฮอล์ ซึ่งปกติสมองส่วนนี้จะหลั่งสารแห่งความสุขเมื่อได้กินอาหารและได้มีเซ็กซ์ อันเป็นกลไกสำคัญเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ทำให้เรากินและมีเซ็กซ์ได้ไม่เบื่อ หากทานน้ำตาลมากๆ จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างไร? น้ำตาลทำให้เกิดสมาธิสั้น ความวิตกกังวล อารมณ์แปลกประหลาดในเด็ก งานวิจัยที่ทำในอังกฤษ โดยศึกษาในเด็กอายุ 3 ขวบ จำนวน 277 คน พบว่า ในช่วงที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารและอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสี พฤติกรรมของสมาธิสั้นจะลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง กลุ่มที่ทำงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า การลดปัญหาของอาการสมาธิสั้นคือ ให้เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารลดลง เช่น ขนมสำเร็จรูปทั้งหลาย ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม ขนมถุงจำพวกขบเคี้ยวทั้งหลายด้วย น้ำตาลสามารถกดการทำงานของเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญคือ คอยทำลายเชื้อโรค และปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม คนที่บริโภคน้ำตาลสูง การทำงานของเม็ดเลือด โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว [...]

ตำลึง ผักริมรั้วแสนธรรมดา แต่สรรพคุณทางยาอย่างเยอะ

ตำลึง ผักริมรั้วแสนธรรมดา แต่สรรพคุณทางยาอย่างเยอะ ตำลึง เป็นผักริมรั้วที่หากินได้ง่าย มีให้กินตลอดทั้งปี แถมยังราคาถูก นำมาประกอบอาหารก็ทำได้หลากหลายเมนู และหลายคนก็เคยกินตำลึงมาไม่รู้ตั้งเท่าไร แต่เคยทราบสรรพคุณของตำลึงกันไหมว่า ผักสมุนไพรตำลึง สรรพคุณเขาแพรวพราวขนาดไหน ตำลึงเป็นแหล่งรวมสารอาาหารที่มีประโยชน์ มีเบตาแคโรทีน และมีแคลเซียมสูง ทั้งยังมีการสกัดสารประกอบอื่น ๆ จากผลและใบ เพื่อหวังนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในการรักษาหรือต้านเชื้อโรคได้ โดยมีประโยชน์มากมาย ดังที่จะกล่าวถึงในด้านล่างนี้ สรรพคุณของตำลึง 1. บำรุงสายตา แหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อยด้วย 2. เสริมภูมิต้านทาน จะเห็นได้ว่าตำลึงมีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอค่อนข้างสูง ส่วนนี้จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เราไม่ป่วยไข้ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอาการไข้หวัด ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินเอ ก็มีโอกาสจะป่วยไข้ได้ง่ายเลยนะคะ 3. ตำลึงรักษาเบาหวาน สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ตำลึงเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง สามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ ทั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าตำลึงช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนในใบตำลึงก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้นั่นเอง 4. บำรุงกระดูก จากการศึกษาของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และแคลเซียมจากตำลึงยังเป็นแคลเซียมชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เทียบเท่ากับแคลเซียมที่อยู่ในนมวัว ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว [...]

กันยายน 25th, 2020|ข่าวเครื่องดื่มสมุนไพร|0 Comments

พริกไทยดำ หนึ่งในสมุนไพรที่ช่วงเร่งการเผลาผลาญ

พริกไทยดำ หนึ่งในสมุนไพรที่ช่วงเร่งการเผลาผลาญ “พริกไทยดำ” เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน จะเห็นได้ว่ายาลดน้ำหนัก หรือครีมสลายไขมันหน้าท้องหลายยี่ห้อมักมีส่วนผสมของพริกไทยดำ เพื่อที่จะช่วยให้หุ่นกระชับได้สัดส่วน ไร้ไขมันส่วนเกินนั่นเอง พริกไทยดำช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร นักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่าพริกไทยดำ มีคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านความอ้วน เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีส่วนประกอบของสารไพเพอร์รีน (piperine) ซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องของ ความฉุน และรสชาติที่เผ็ดร้อน ที่ช่วยในการควบคุมยีนส์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีจำนวนน้อยลง ผลที่ได้ก็คือ น้ำหนักตัวลดน้อยลง ตามไปด้วย อวัยวะส่วนต่างๆ ที่เคยหย่อนคล้อย ก็จะมีความกระชับเข้ารูปมากยิ่งขึ้น   ประโยชน์ของพริกไทยดำ ช่วยบรรเทาอาการของโรคไขข้อ ในพริกไทย มีสารพิเพอรีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ สารดังกล่าวช่วยลดอาการบวม และลดความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ รวมทั้งยังช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคไขข้อได้อีกด้วย นอกจากนี้พริกไทยดำ ยังช่วยป้องกันการอักเสบ ลดความเจ็บปวดจากการอักเสบ เราสามารถใช้พริกไทยผสมกับน้ำมัน ทาเพื่อบรรเทาอาการปวด และลดอาการระคายเคืองต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มความจำ กระตุ้นการทำงานของสมอง  พริกไทยดำมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันสมองจากความเสียหาย อันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นได้ มีการศึกษาพบว่า สารพิเพอรีนในพริกไทย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการรับรู้ และช่วยลดผลกระทบจากภาวะความจำเสื่อมได้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบการเผาผลาญ พริกไทยดำช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร ช่วยรักษาระดับกลูโคลส [...]

กันยายน 25th, 2020|ไม่มีหมวดหมู่|0 Comments

มะเร็งลำไส้ รู้ไว้ ป้องกันได้

มะเร็งลำไส้ รู้ไว้ ป้องกันได้ เชื่อว่าหลายๆ คน คงได้เห็นข่าวการเสียชีวิตของ แชดวิก โบสแมน ผู้ซึ่งรับบทเป็น กษัตริย์ ทีชาล่า หรือว่า Black Panther ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้กันไปแล้ว วันนี้เราเลยจะพามาทำความกับโรคนี้กันดีกว่า มะเร็งลำไส้นั้นเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย โดยที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งลำไส้นั้น มักรู้เมื่อพบความผิดปกติเช่น การถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ถ่ายมีมูกเลือด ท้องผูก ปวดเบ่งถ่ายตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักพบเมื่อเป็นระยะที่เริ่มรุนแรง ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูง โดยมะเร็งลำไส้นั้น สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป สาเหตุของการเกิดมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่พบปัจจัยที่มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้หลายปัจจัย ดังนี้ การกลายพันธุ์ของยีน ยีนที่เกิดการกลายพันธุ์จะไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์จนเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังเซลล์ข้างเคียงก่อนจะก่อตัวเป็นเนื้อร้ายได้ ซึ่งยีนอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมการทำงานเซลล์ต่าง ๆ จากรุ่นไปสู่อีกรุ่น การรับประทานอาหาร รูปแบบการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเป็นอาหารประเภทไขมันสูงและมีกากใยอาหารต่ำ โดยพบว่าผู้ที่มีการกินอาหารในลักษณะนี้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ถึงความสัมพันธ์ของการเกิดโรคและอาหารการกินที่ชัดเจน สาเหตุอื่น อาจถูกกระตุ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม - ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่หรือน้อง [...]

กันยายน 1st, 2020|ข่าวทั่วไป|0 Comments

ดอกคำฝอย มีดีกว่าที่คุณคิด

ดอกคำฝอย มีดีกว่าที่คุณคิด ดอกคำฝอย เป็นพืชสมุนไพรที่มีสารประกอบหลากชนิด เชื่อกันว่าดอกคำฝอยอาจมีคุณประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ระดับความดันโลหิต และอาจดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังมีการนำดอกคำฝอยไปใช้ประกอบอาหาร ใช้เป็นสีย้อมผ้า และเป็นสารเพิ่มสีสันในเครื่องสำอางอีกด้วย น้ำมันจากดอกคำฝอยนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) และกรดโอเลอิก (Oleic Acid) กรดปาลมิติก (Palmitic Acid) กรดสเตียริก (Stearic Acid) รวมถึงกรดไขมันชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิด ส่วนเมล็ดของดอกคำฝอยประกอบไปด้วยสารกลุ่มลิกแนน ไกลโคไซด์ (Lignan Glycoside) และสารเซโรโทนิน (Serotonin) สารเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรกับร่างกาย เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ ประโยชน์ของ ดอกคำฝอย 1.ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด ส่งผลให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือขาดเลือด โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ที่มีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมองเพราะไขมันไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัว 2.เป็นยาแผนโบราณสำหรับผู้หญิง ตามตำรายาแผนไทยนิยมให้ผู้หญิงที่มีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำ ให้นำดอกคำฝอยมาต้มน้ำดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ รวมทั้งยังช่วยแก้อาการจุกแน่นบริเวณท้องน้อย หรือขับน้ำคาวปลาและรักษาอาการไข้ในผู้หญิงหลังคลอดได้อีกด้วย 3.นำมาผลิตเป็นชา การนำมาแปรรูปเป็นชาก็เพื่อช่วยให้ดื่มได้ง่าย และยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการขับถ่ายทำงานดียิ่งขึ้น และลดการเพิ่มจำนวนไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นผลดีต่อการช่วยลดน้ำหนัก 4.บำรุงตับ ช่วยบำรุงตับสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับ ป้องกันโรคดีซ่าน [...]

สิงหาคม 10th, 2020|ข่าวเครื่องดื่มสมุนไพร|0 Comments

ใบแมงลัก สมุนไพรในครัวที่อุดมไปด้วยประโยชน์

ใบแมงลัก สมุนไพรในครัวที่อุดมไปด้วยประโยชน์ แมงลัก เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายกับ กะเพรา และ โหระพา เนื่องจากเป็นพืชในตระกูลเดียวกันแต่ว่าใบของแมงลักนั้น จะมีกลิ่นที่หอมกว่า โดยมักนิยมนำมาทำเป็นอาหารอีสานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมกหน่อไม้ อ่อม แกงเห็ด หรือแกงหน่อไม้ส้มใส่ไก่ โดยนอกจากจะมีความอร่อยแล้ว ใบแมงลัก นั้นยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย โดยวันนี้นั้น เราจะมาแนะนำประโยชน์ต่างๆ ของใบแมงลักให้คุณผู้อ่านได้ทราบกัน ประโยชน์ของใบแมงลัก ขับลมในลำไส้  อาหารไม่ย่อย อาการอึดอัด แน่นไม่สบายท้อง ให้นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม ขับเหงื่อ เมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่ค่อยสบาย นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม บรรเทาอาการหวัด   อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หลอดลมอักเสบ ใช้ใบแมงลัก 1 กำมือล้างสะอาด โขลกคั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไลบรรเทาอาการดังกล่าว สำหรับกรณีของหลอดลมอักเสบให้คั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไล 3 เวลาเช้า-กลางวัน-เย็น บรรเทาอาการผื่นคัน พิษจากพืช พิษสัตว์กัดต่อย หรืออาการคันจากเชื้อรา ใช้ใบแมงลักสดโขลกพอกบริเวณที่มีอาการ และเปลี่ยนยาบ่อยๆ แก้ท้องร่วงท้องเสีย  ใบแมงลักสัก 2 กำมือ ล้างสะอาด โขลกบีบคั้นน้ำดื่ม แก้ท้องร่วงได้ เพิ่มน้ำนมแม่ ให้แม่ที่ให้นมลูกกินแกงเลียงหัวปลี ใส่ใบแมงลัก [...]

เจียวกู่หลาน สมุนไพรแห่งชีวิต

เจียวกู่หลาน สมุนไพรแห่งชีวิต เจียวกู่หลาน กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อป้องกันยับยั้งและบำบัดโรคหลายชนิด เจียวกู่หลานมีชื่อเรียกหลายชื่อในหลายประเทศ คนไทยเรียกว่า “เบญจขันธ์”  โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ องค์การเภสัชกรรม ได้มีโครงการวิจัยที่จะพัฒนาเจียวกู่หลานให้เป็นสมุนไพรต้านโรคอีกประเภทหนึ่ง งานวิจัยในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้นอนหลับ ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด ต้านการอักเสบ และลดระดับความดันโลหิตสูง รวมทั้ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยส่วนประกอบที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ ซาโปนิน ที่มีอยู่ในเจียวกู่หลาน มีคุณสมบัติในการลดอาการป่วยจากโรคตับอักเสบและโรคเบาหวาน โดยเข้าไปช่วยกระตุ้นสร้างอินซูลินจากตับอ่อน จึงช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้ ประโยชน์ของเจียวกู่หลาน เจียวกู่หลานเป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายได้ เพราะช่วยทำให้การทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้น โดยการสร้างเม็ดเลือดขาวสำหรับกำจัดเชื้อโรคภายในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายแข็งแรง หายอ่อนเพลีย มีภูมิต้านทานมากขึ้น และยังช่วยป้องกันฤทธิ์ทางชีวภาพของรังสีแกมม่าในการทำลายเม็ดเลือดขาว ทำลายระบบภูมิคุ้มกันได้ด้วย เจียวกู่หลานมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งอนุมูลอิสระนั้นเป็นสาเหตุของปัญหาทางด้านสุขภาพหลายอย่าง เช่น ทำให้อวัยวะภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ผิวหนังเหี่ยวย่นไว DNA ทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงแก่เร็ว ทำให้เส้นเลือดตีบตันจนทำให้เป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ (เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย อัมพาต ไตเสื่อมหรือไตวาย เป็นต้น) ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เอ็นและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากเกินไป จนทำให้มีอาการข้ออักเสบหรือเป็นโรคเม็ดเลือดขาวมากเกินไป [...]

กุยช่าย พืชกลิ่นแรง ที่อุดมด้วยประโยชน์

กุยช่าย พืชกลิ่นแรง ที่อุดมด้วยประโยชน์ กุยช่าย หรือ ผักไม้กวาด เป็นผักที่มีกลิ่นฉุน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบรับประทานเท่าไรนัก โดยกุยช่ายที่รู้จักกันในท้องตลาดนั้น มี กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว ซึ่งคือพืชชนิดเดียวกัน แต่เทคนิคด้านการผลิตพืช ทำให้ใบกุยช่ายสามารถเป็นสีขาวได้ กุยช่ายนั้น สามารถรับประทานได้ทั้ง ต้น ใบ และดอก โดยจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ เราจะพามารู้จักกับประโยชน์จากของใบกุยช่ายกันค่ะ รับรองว่า พืชที่หลายๆ คนยี้ ชนิดนี้ จะมีประโยชน์ชนิดที่ว่า คุณคาดไม่ถึงกันเลยค่ะ ประโยชน์ของกุยช่าย บรรเทาโรคหวัด ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะป่วยด้วยโรคหวัด ซึ่งหากต้องการให้อาการหวัดบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว นอกจากกินยาแล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือกินใบกุยช่ายนั่นเอง เพราะใบกุยช่ายมีสรรพคุณช่วยให้ไข้ลดลง ทำให้อาการหวัดหายเร็วกว่าเดิม ไม่มีผลต่อตับไตแบบยาแก้ไข้อีกด้วย บำรุงน้ำนม เหมาะสมกับแม่ลูกอ่อนและหญิงตั้งท้อง หากใครที่กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่ หรือตอนนี้กำลังเป็นคุณแม่มือใหม่ แนะนำว่าให้มองหากุยช่ายเป็นหนึ่งในสำรับกับข้าว โดยกุยช่ายช่วยให้เจริญอาหารมากกว่าเดิม ลดการคลื่นไส้ คลื่นเหียน ที่มาจากการแพ้ท้อง อีกทั้งยังช่วยบำรุงน้ำนม เหมาะสมกับคุณแม่ที่อยากมีน้ำนมให้เจ้าตัวน้อยได้กินอิ่มเต็มที่อีกด้วย ลดการท้องผูก ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาที่หลายคนต่างก็เผชิญ ด้วยวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันที่กินแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด ประกอบด้วยแป้งและเนื้อสัตว์ จะดีกว่าหรือไม่หากว่าเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วยการบริโภคผักให้มากขึ้น และผักที่จะช่วยให้คุณหายจากอาการท้องผูกได้คือกุยช่าย ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายๆ [...]

Pin It on Pinterest