ดอกคำฝอย มีดีกว่าที่คุณคิด

ดอกคำฝอย เป็นพืชสมุนไพรที่มีสารประกอบหลากชนิด เชื่อกันว่าดอกคำฝอยอาจมีคุณประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ระดับความดันโลหิต และอาจดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังมีการนำดอกคำฝอยไปใช้ประกอบอาหาร ใช้เป็นสีย้อมผ้า และเป็นสารเพิ่มสีสันในเครื่องสำอางอีกด้วย น้ำมันจากดอกคำฝอยนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) และกรดโอเลอิก (Oleic Acid) กรดปาลมิติก (Palmitic Acid) กรดสเตียริก (Stearic Acid) รวมถึงกรดไขมันชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิด ส่วนเมล็ดของดอกคำฝอยประกอบไปด้วยสารกลุ่มลิกแนน ไกลโคไซด์ (Lignan Glycoside) และสารเซโรโทนิน (Serotonin) สารเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรกับร่างกาย เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

ประโยชน์ของ ดอกคำฝอย

1.ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด ส่งผลให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือขาดเลือด โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ที่มีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมองเพราะไขมันไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัว

2.เป็นยาแผนโบราณสำหรับผู้หญิง

ตามตำรายาแผนไทยนิยมให้ผู้หญิงที่มีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำ ให้นำดอกคำฝอยมาต้มน้ำดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ รวมทั้งยังช่วยแก้อาการจุกแน่นบริเวณท้องน้อย หรือขับน้ำคาวปลาและรักษาอาการไข้ในผู้หญิงหลังคลอดได้อีกด้วย

3.นำมาผลิตเป็นชา

การนำมาแปรรูปเป็นชาก็เพื่อช่วยให้ดื่มได้ง่าย และยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการขับถ่ายทำงานดียิ่งขึ้น และลดการเพิ่มจำนวนไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นผลดีต่อการช่วยลดน้ำหนัก

4.บำรุงตับ

ช่วยบำรุงตับสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับ ป้องกันโรคดีซ่าน รวมถึงแก้อาการตัวเหลืองในคนที่ตัวบวม หรือไตไม่ดี ลดความเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นกับไต

5.ช่วยสลายลิ่มเลือด

มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ชอบกินของหวาน เพราะผู้ที่ติดหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เลือดเหนียวข้น จับตัวกันเป็นลิ่มเลือด ระบบไหลเวียนโลหิตจึงทำงานได้ไม่ดีนัก โดยดอกคำฝอยจะช่วยสลายลิ่มเลือดให้เล็กลง
ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดเกาะตัวกันเป็นลิ่ม

รับประทานดอกคำฝอยอย่างไรให้ปลอดภัย

การบริโภคน้ำมันจากดอกคำฝอยค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • หญิงตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานน้ำมันจากเมล็ดดอกคำฝอยอาจปลอดภัยสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ห้ามรับประทานดอกคำฝอย เพราะอาจทำให้มดลูกบีบตัวหรือเป็นเหตุให้แท้งลูก ส่วนผู้ที่กำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จากดอกคำฝอย เนื่องจากมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่เผชิญภาวะมีเลือดออก เช่น โรคริดสีดวงทวาร มีแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ หรือมีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ห้ามรับประทานดอกคำฝอย เพราะอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง
  • ผู้ที่แพ้ดอกคำฝอยหรือพืชในตระกูลทานตะวัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์จากดอกคำฝอย เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจากน้ำมันจากดอกคำฝอยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลง การบริโภคน้ำมันดอกคำฝอยจึงอาจส่งผลต่อการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
  • ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานผลิตภัณฑ์จากดอกคำฝอยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพราะดอกคำฝอยอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยมีเลือดออกมากในระหว่างและหลังการผ่าตัด
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ไดโคลฟีแนค ไอบูโพรเฟน นาพร็อกเซน อีนอกซาพาริน เฮพาริน วาร์ฟาริน เป็นต้น เพราะการบริโภคดอกคำฝอยในระหว่างการใช้ยาดังกล่าว อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงจนเสี่ยงเกิดแผลฟกช้ำ และทำให้มีเลือดออกได้ง่ายขึ้น

เราในนามบริษัท โอเค เฮิร์บ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงสรรพคุณและประโยชน์อันมากมายจึงได้มีการนำดอกคำฝอยมาเป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบตัวเลือก เพื่อให้ลูกค้ามีสารสกัดที่หลากหลายในการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีเพื่อกลุ่มตลาดผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของหลายๆ คนให้แข็งแรง หรือห่างไกลจากปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วปลอดภัยต่อผู้ใช้อีกด้วย หากลูกค้าท่านใด สนใจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ ที่นี่

Comments

comments