น้ำตาล สารเสพติดอันตราย ที่ไม่ผิดกฎหมาย

จั่วหัวมาแบบนี้ หลายคนคงงงกันเป็นแน่แท้ ว่าทำไม น้ำตาล ที่เป็นเครื่องปรุงรสที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ถึงเป็นสารเสพติด เหตุที่กล่าวเช่นนี้นั้น เนื่องจากมีงานวิจัยหลายตัวยืนยันมากขึ้นว่าทำให้อ้วนได้ง่าย และนำไปสู่สารพัดโรคอีกทั้งยังโยงใยกับการเติบโตของเซลล์มะเร็งอีกด้วย โดยบางงานวิจัยนั้นระบุว่าน้ำตาลสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกริยาในสมองส่วน “ให้รางวัล” (reward center) เช่นเดียวกับโคเคน หรือเฮโรอีน และแอลกอฮอล์ ซึ่งปกติสมองส่วนนี้จะหลั่งสารแห่งความสุขเมื่อได้กินอาหารและได้มีเซ็กซ์ อันเป็นกลไกสำคัญเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ทำให้เรากินและมีเซ็กซ์ได้ไม่เบื่อ

หากทานน้ำตาลมากๆ จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างไร?

  • น้ำตาลทำให้เกิดสมาธิสั้น ความวิตกกังวล อารมณ์แปลกประหลาดในเด็ก งานวิจัยที่ทำในอังกฤษ โดยศึกษาในเด็กอายุ 3 ขวบ จำนวน 277 คน พบว่า ในช่วงที่เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารและอาหารที่ไม่มีความหวาน ไม่มีสี พฤติกรรมของสมาธิสั้นจะลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง กลุ่มที่ทำงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า การลดปัญหาของอาการสมาธิสั้นคือ ให้เด็กกินอาหารที่มีความหวาน มีสีผสมอาหารลดลง เช่น ขนมสำเร็จรูปทั้งหลาย ขนมหวาน ลูกอม และน้ำอัดลม ขนมถุงจำพวกขบเคี้ยวทั้งหลายด้วย
  • น้ำตาลสามารถกดการทำงานของเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญคือ คอยทำลายเชื้อโรค และปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม คนที่บริโภคน้ำตาลสูง การทำงานของเม็ดเลือด โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว ที่เรียกว่า Tlymphocyte ซึ่งเป็นตัวหลักของภูมิต้านทาน จะทำงานลดลง
  • น้ำตาลจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ได้ง่ายขึ้น เมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงภายในหลอดเลือด อนุมูลอิสระเหล่านี้ก็จะทำลายผนังหลอดเลือดทั่วไปหมด และทำลายทุกอย่างที่เลือดวิ่งไปถึงทุกเซลล์ของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ในเซลล์มะเร็งมี Glucose receptor หรือ จุดสำหรับดูดซึมน้ำตาลเข้าเซลล์มากกว่าเซลล์ปกติถึง 24 เท่า แสดงให้เห็นว่าเซลล์มะเร็งมีความสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วมากและจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคนไข้มะเร็งที่กินหวานก็เท่ากับส่งเสบียงให้เซลล์มะเร็งโดยตรง
  • นอกจากนี้แล้ว ความหวานยังเพิ่มโอกาสการเป็นโรคร้ายหลายชนิด เช่น ลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบเรื้อรัง หอบหืด ข้ออักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ ไมเกรน ซึมเศร้า โรคเหงือก ฟันผุ เบาหวาน อ้วน กระดูกผุ โรคหัวใจ และหลอดเลือดต่าง ๆ อีกมากมาย

แล้วร่างกาย มีวิธีจัดการกับน้ำตาลอย่างไร?

เมื่อน้ำตาลที่กินเข้าไปเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสแล้ว ร่างกายต้องเคลื่อนย้ายน้ำตาลนี้ผ่านทางกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่างๆเพื่อใช้เป็นพลังงาน ตับอ่อน จะหลั่ง ฮอร์โมนอินซูลิน ออกมา ส่งผลให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสิ้น เราจะรู้สึกอยากกินอาหารที่มีรสหวานเพิ่มขึ้นมาอีก เช่น ขนมหวาน ไอศครีม เฟรนช์ฟราย โดนัท ฯลฯ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เราเรียกวงจรนี้ว่า วงจรอุบาทว์ ปัญหาอีกอย่างที่เกิดขึ้นจากน้ำตาล คือ ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) หรือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้ เมื่อร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลจากอาหารได้อย่างปกติ ตับอ่อนก็ยิ่งต้องหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอนานวันเข้ากำลังการผลิตก็จะลดลง น้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้นไปเรื่อยๆ นี่ก็คือภาวะก่อนที่จะเป็นเบาหวานในที่สุด

จะเห็นได้ว่าการเสพติดน้ำตาล ไม่ใช่เรื่องไกลตัว คนส่วนใหญ่บริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงทุกวันโดยไม่รู้ตัว ข่าวร้ายคือ น้ำตาล ส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวม วิธีแก้อาการเสพติดน้ำตาลที่ดีที่สุดคือ ค่อยๆตัดเมนูที่มีน้ำตาลสูงๆออกไป หรือลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และอาหารในแต่ละอาทิตย์ การอ่านฉลากอาหารจะช่วยให้เราควบคุมปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายได้รับต่อวันได้ดีขึ้น

 

 

เราในนามบริษัท โอเค เฮิร์บ จำกัด ได้มีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบตัวเลือก เพื่อให้ลูกค้ามีสารสกัดที่หลากหลายในการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีเพื่อกลุ่มตลาดผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของหลายๆ คนให้แข็งแรง หายจากโรคภัยต่างๆ หรือห่างไกลจากปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วปลอดภัยต่อผู้ใช้อีกด้วย หากลูกค้าท่านใด สนใจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ ที่นี่

Comments

comments