มะตูม สมุนไพรไทยขนานแท้ แก้ได้หลายโรค

น้ำผลไม้ไทย มีทั้งน้ำผลไม้ที่ได้จากผลไม้ไทยและต่างประเทศ เช่น น้ำแอปเปิ้ล เสาวรส (กะทกรก) หรือน้ำผลไม้ที่ได้จากผลไม้จีน ซึ่งรวมทั้งดอกไม้และใบไม้ด้วย และยังมีน้ำผลไม้น้ำสมุนไพรอีกหลากหลายชนิดให้เลือกดื่มตามความชอบ หนึ่งในนั้นคือ มะตูม พืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี และนิยมนำผลมาทำเป็นเครื่องดื่มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น้ำมะตูมนั้นมีรสชาติหวานหอม ช่วยแก้กระหายได้ดี นอกจากนี้มะตูมยังมีสารสำคัญหลากหลายชนิดที่ให้คุณค่าทางด้านการรักษาและบำรุงสุขภาพ ในผลมะตูมพบสารที่มีลักษณะเป็นเมือก เคติน แทนนิน น้ำมันหอมระเหย และสารที่มีรสขม ส่วนในรากมะตูมพบสารสเตียรอยดัล-อัลกาลอยด์ และคูมรินสารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต้านไวรัส เชื้อมาลาเรีย ช่วยฆ่าพยาธิ ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบ ต้านฮีสตามีน ลดและยับยั้งระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นให้อินซูลินมีปริมาณเพิ่มขึ้น ลดไขมัน ลดภาวะอักเสบ และช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้ว

ประโยชน์ของ มะตูม

1. บรรเทาอาการท้องเสีย มีการนำมะตูมมาใช้บรรเทาอาการท้องเสียตามคำกล่าวอ้างสรรพคุณในตำรับยาอายุรเวทอย่างแพร่หลาย ทั้งยังปรากฏผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นที่สอดคล้องกับความเชื่อนี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองนำผลมะตูมแห้งไม่ปอกเปลือกต้มในน้ำร้อน แล้วใช้น้ำที่ได้หยดลงในเซลล์ที่มีเชื้ออีโคไลอันเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ผลพบว่าสารสกัดจากผลมะตูมมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อดังกล่าวได้ นอกจากนี้ มะตูมอาจมีสรรพคุณเป็นยาป้องกันอาการท้องเสียอย่างรุนแรงที่เกิดจากโรคบิดได้ด้วย เนื่องจากมีสารเลกติน (Lectins) ที่ช่วยต้านเชื้อบิดชิเกลล่าอันเป็นสาเหตุของโรคบิดไม่มีตัว ดังปรากฏในงานวิจัยอีกชิ้นที่พบว่าสารสกัดจากผลมะตูมช่วยยับยั้งเชื้อบิดชิเกลล่าและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบิด มะตูมจึงอาจช่วยรักษาและป้องกันอาการท้องเสียได้จริงตามที่มีกล่าวอ้างในตำรับยาอายุรเวท แม้การศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นสรรพคุณของมะตูมในการบรรเทาอาการท้องเสีย แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอที่ทางการแพทย์จะแนะนำให้ใช้เป็นยารักษาอาการดังกล่าว หากมีอาการท้องเสียควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เป็นดีที่สุด รวมทั้งดูแลเรื่องอาหารการกินและที่อยู่อาศัยให้สะอาดถูกสุขลักษณะ และอาจเข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสโรต้า (Rotavirus Vaccination) เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย

2. รักษาแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุหลักของโรคแผลในกระเพาะอาหารเกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร (H. Pylori) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กอักเสบ เยื่อบุทางเดินอาหารถูกทำลาย และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดออกมาจนบริเวณดังกล่าวเกิดเป็นแผล เชื่อกันว่าผลมะตูมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร งานวิจัยชิ้นหนึ่งพิสูจน์คุณสมบัติด้านนี้โดยทดลองให้หนูที่ป่วยเป็นโรคนี้จากการติดเชื้อเอชไพโลไรกินสารสกัดจากมะตูมสดแล้ววัดผล ผลปรากฏว่าแผลในกระเพาะอาหารของหนูลดลงเทียบเท่ากับการใช้ยารักษาแผลในกระเพาะอาหารอย่างซูคราลเฟต (Sucralfate) จึงอาจกล่าวได้ว่าผลมะตูมสดมีประโยชน์ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร โดยช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงานวิจัยดังกล่าวศึกษากับสัตว์ทดลอง จึงยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่ามะตูมจะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารในคน ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารอันเกิดจากเชื้อเอชไพโลไรนั้นต้องได้รับยาปฏิชีวินะเพื่อฆ่าเชื้อ ควบคู่กับการรับประทานยาลดกรดเพื่อบรรเทาการเกิดแผล

3. รักษาเบาหวาน คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามะตูมมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ประเด็นนี้ถูกนำไปศึกษากับหนูทดลองที่ป่วยเป็นโรคนี้ ผลพบว่าหนูที่ได้กินสารสกัดจากเปลือกมะตูมเป็นเวลา 28 วัน มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สารสกัดมะตูมยังช่วยเพิ่มระดับอินซูลินและควบคุมไขมันในเลือด มะตูมจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ อย่างไรก็ตาม ยังสรุปอย่างชัดเจนไม่ได้ว่ามะตูมมีสรรพคุณรักษาโรคเบาหวานมากน้อยเพียงใด เนื่องจากผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นการทดลองกับสัตว์เท่านั้น จำเป็นต้องมีการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยโดยตรงต่อไป ที่สำคัญ มะตูมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแก่ผู้ป่วยเบาหวานได้ เพราะหากมะตูมช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จริง การใช้ยารักษาเบาหวานควบคู่ไปด้วยนั้นอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกินไปได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ รวมทั้งหมั่นสังเกตระดับน้ำตาลในเลือดขณะใช้มะตูมเป็นยารักษาโรค

4. ป้องกันโรคมะเร็ง เชื่อกันว่ามะตูมมีสรรพคุณในการรักษาโรคมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งจากการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของมะตูมในการต้านเซลล์มะเร็งและป้องกันสารเคมีบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออาการของโรค ดังปรากฏในการศึกษากับเซลล์มะเร็งบางชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งระบบประสาทนิวโรบลาสโตมา

ข้อควรระวังในการดื่มน้ำมะตูม

เนื่องจากมะตูมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ และควรระมัดระวังปริมาณน้ำตาลที่ผสมในน้ำมะตูมด้วย เพราะหากมีปริมาณมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้

 

เราในนามบริษัท โอเค เฮิร์บ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงสรรพคุณและประโยชน์อันมากมายจึงได้มีการนำมะตูม มาเป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบตัวเลือก เพื่อให้ลูกค้ามีสารสกัดที่หลากหลายในการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีเพื่อกลุ่มตลาดผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของหลายๆ คนให้แข็งแรง หรือห่างไกลจากปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วปลอดภัยต่อผู้ใช้อีกด้วย หากลูกค้าท่านใด สนใจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ ที่นี่

Comments

comments