เห็ดหลินจือ ต้นตำหรับยาอายุวัฒนะ

เห็ดหลินจือ เป็นเห็ดที่มีตำนานเล่าขาน และได้รับการยอมรับมานานกว่า 2,000 ปี ในประเทศจีน นับตั้งแต่ยุคสมัยจักรพรรดิ์ฉินซฮ่องเต้เป็นต้นมา โดยมีชื่อเรียกด้วยกันหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น เห็ดหมื่นปี เห็ดอมตะ หรือเห็ดจวักงู โดยถูกจัดเป็นเห็ดที่มีคุณค่าสูงและราคาแพง โดยในตำราของจีนหลายเล่ม ได้มีการจัดให้เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” ที่มีพลังในการบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ และช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้สารพัด เรียกว่าเป็นสมุนไพรจีน ที่ดีที่สุดก็ว่าได้ เห็ดหลินจือนั้นมีขึ้นอยู่ในธรรมชาติถึง 113 สายพันธุ์  โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและมีสรรพคุณทางยาสูงสุดมีชื่อว่า “กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั้ม” (Ganoderma lucidum) หรือเห็ดหลินจือแดง กล่าวได้ว่า เห็ดหลินจือแดงเป็นเห็ดที่จัดว่ามีคุณค่าสูงในตระกูลเห็ดหลินจือทั้งหมด ปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงได้ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย

สรรพคุณของ เห็ดหลินจือ

ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด โดยมีองค์ประกอบหลักคือ 

– สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด  ลดอาการอักเสบ

– สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene)  ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

– สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส

– สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด

นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสุขภาพ ต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคได้มากมาย ซึ่งพบได้ทั้งในดอกเห็ดและสปอร์ โดยในตำรับยาระบุไว้ว่าเห็ดหลินจือนำมาใช้รักษาได้หลายอาการ เช่น
– บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
– เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
– ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย
– ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
– เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์
– ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
– ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
– ล้างพิษให้ร่างกาย
– บำรุงสายตา
– แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
– รักษาโรคภูมิแพ้ หืด หอบ
– เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
– ลดความดันโลหิตสูง
– แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์
– บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเรื้อรังได้เห็นผล
– แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนศีรษะ เบื่ออาหาร
– รักษาอาการปวดหลังจากการติดเชื้องูสวัด
– รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
– ลดการอักเสบในลำไส้
– บำรุงและรักษาโรคตับต่าง ๆ ทั้งตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถภาพของตับที่ถูกทำลายจากการรับประทานยาจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน
– ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
– ป้องกันการทำงานหนักของไต
– รักษาริดสีดวงทวาร
– ลดอาการปวดประจำเดือน
– แก้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
– แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
ฯลฯ

ทั้งนี้การศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะไม่พบผลข้างเคียงหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต

เห็ดหลินจือ กับข้อควรระวัง ใครไม่ควรทาน !

1. สตรีมีครรภ์และแม่ที่ให้นมบุตร เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอมายืนยันว่า เห็ดหลินจือมีความปลอดภัยต่อสตรีมีครรภ์หรือคุณแม่ที่ให้นมบุตร ดังนั้นเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือในช่วงนี้ไปก่อนจะปลอดภัยกว่า
2. คนที่มีความดันโลหิตต่ำ เพราะเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ลดความดัน หากผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำทานเข้าไป จะทำให้ความดันยิ่งต่ำลงจนเป็นอันตรายได้
3. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ (Bleeding disorder) หรือผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia)เพราะการทานเห็ดหลินจือในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
4. ผู้ป่วยที่กำลังจะผ่าตัด เพราะเห็ดหลินจือจะเพิ่มความเสี่ยงอาการเลือดออกมากขึ้น ดังนั้นก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ
5. ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรคลูปัส หรือ เอสแอลอี (SLE) หรือ โรคพุ่มพวง ไม่ควรใช้เห็ดหลินจือ โดย นพ.บรรเจิด ตันติวิท ผู้เขียนหนังสือ “หลินจือ กับ ข้าพเจ้า” ระบุว่า นั่นเพราะเห็ดหลินจือจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นนี้จะยิ่งก่อให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายมากขึ้น
6. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ไม่ควรทานเห็ดหลินจือ เพราะมีแนวโน้มที่ผลจากเห็ดหลินจือจะเข้าไปลบล้างหรือขัดขวางการบำบัดด้วยยากดภูมิ

นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น แอสไพริน, ยาลดการอักเสบ NSAID, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด Warfarin และ Heparin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะเห็ดหลินจืออาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยาและอาการที่ป่วยอยู่

 

เราในนามบริษัท โอเค เฮิร์บ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงสรรพคุณและประโยชน์อันมากมายจึงได้มีการนำเห็ดหลินจือ มาเป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบตัวเลือก เพื่อให้ลูกค้ามีสารสกัดที่หลากหลายในการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีเพื่อกลุ่มตลาดผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของหลายๆ คนให้แข็งแรง หรือห่างไกลจากปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วปลอดภัยต่อผู้ใช้อีกด้วย หากลูกค้าท่านใด สนใจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ ที่นี่

Comments

comments